ข้ามไปยังเนื้อหา

คลังตำรา

คู่มือ PvP

PvP ใน Aetherion มีสี่โหมด แต่ละโหมดวัดฝีมือคนละแบบและให้ผลตอบแทนคนละก้อน

Smart Match: ศูนย์กลาง PvP

ทุกสมรภูมิใน Aetherion เข้าถึงได้จากหน้าต่างเดียว — Smart Matching คือประตูสู่ Battleground, Arena และเนื้อหาดันเจี้ยนพร้อมกันในที่เดียว

กด H หรือ Alt+Q เพื่อเปิด Smart Matching เลือกหมวด PvP แล้วติ๊กโหมดที่ต้องการ ระบบจะโชว์เลเวลที่แนะนำและจับคู่ผู้เล่นให้อัตโนมัติ ทั้ง Battleground และ Arena ปรับสเกลค่าสถานะผู้เล่นให้เท่าเทียมกับคู่ต่อสู้ในแมตช์ ทำให้เกียร์ไม่ใช่ตัวตัดสินเดียวอีกต่อไป — ฝีมือและองค์ประกอบทีมสำคัญไม่แพ้กัน

PvP ใน Aetherion แบ่งเป็นสี่ระดับที่ต่างจุดประสงค์กัน: Battleground คือสมรภูมิภารกิจขนาดใหญ่, Arena คือการดวลจัดอันดับขนาดเล็ก, Flag Wars คือการดวลส่วนตัวไร้รางวัล และ Territory War คือสงครามระดับกิลด์เพื่อครอบครองดินแดน — สรุปเงื่อนไขเข้าแต่ละโหมดไว้ในตารางนี้:

  • Battlegroundเลเวล 20+สูงสุด 15 ต่อทีมHero Badges
  • Arenaเลเวล 70+1v1 / 3v3Fighter's Badges
  • Flag Wars (ดวล)ไม่มีเงื่อนไขเลเวล1v1 มิตรสหายไม่มีรางวัล
  • Territory Warระดับกิลด์20v20 ตามกำหนดการรายได้ภาษีรายสัปดาห์

Battleground: Ashen Fields

เปิดที่เลเวล 20 สมรภูมิภารกิจขนาดสิบห้าต่อสิบห้าที่ตัดสินกันด้วยกลยุทธ์ทีม ไม่ใช่ผู้เล่นคนเดียวที่ฟาร์มเคดี

Battleground แบ่งเป็นสองสมรภูมิที่โจทย์ต่างกันโดยสิ้นเชิง — Mettles Theaterเป็นแบบยึดจุดควบคุม ทีมแรกที่ทำคะแนนถึงเป้าหมายชนะ จุดสำคัญบนแผนที่ได้แก่จุดยึดครองของแต่ละฝ่าย พื้นที่จุดเกิดใหม่ Esprit Soul ที่ทีมแพ้ใช้ฟื้นคืนชีพ และ Watchers Purlieu จุดกำเนิดสัตว์ประหลาดที่ให้บัฟแก่ผู้สังหาร ส่วน Tribulations Vale เป็นแบบเก็บทรัพยากรแข่งคะแนนล้วน ๆ การสังหารหรือช่วยสังหารไม่นับคะแนนโดยตรง มูลค่าทรัพยากรจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อแมตช์ดำเนินไป เป็นกลไกช่วยทีมตามหลังพลิกเกม เลน 3 มีจุดเกิดทรัพยากรหนาแน่นที่สุด และพื้นที่เริ่มต้นให้บัฟความเร็วเคลื่อนที่แก่ทั้งสองทีม

ทีมต่อฝ่ายมีได้สูงสุด 15 คน จำนวนจะถูกปรับให้เท่ากันทั้งสองฝั่งเสมอ ค่าสถานะผู้เล่นถูกปรับสเกลให้ใกล้เคียงกับคู่ต่อสู้ในแมตช์ รางวัลที่ได้คือ EXP และเหรียญ Hero Badges ใช้ซื้อของที่ Battlefield Merchants ในเมือง Ignea ข้อควรระวังคือแพตช์ปรับสมดุลสายแทงก์ — Warrior (Protector), Guardian (Earthguard) และ Paladin (Templar) ทั้งให้และรับดาเมจเพิ่มขึ้นเมื่ออยู่ใน Battleground เท่านั้น ต่างจากดาเมจปกตินอกสมรภูมิ

ทุ่งเถ้าธุลี Ashen Fields สมรภูมิ Battleground ของ Aetherion

Arena: 1v1 และ 3v3

เปิดที่เลเวล 70 สนามที่ตัดทุกตัวแปรทิ้งจนเหลือแค่ทักษะล้วน ๆ — ไม่มีปาร์ตี้แทรก ไม่มีน้ำยา ไม่มีทางลัด

Arena เข้าผ่าน Smart Match เช่นเดียวกับ Battleground มีสองฟอร์แมต 1v1 และ 3v3 แผนที่จะถูกสุ่มเลือกจากสองอารีน่าที่มีอยู่ทุกครั้งที่เข้าแมตช์ กติกาในสนามเข้มงวดกว่าที่อื่นมาก — ห้ามตั้งปาร์ตี้ใหม่ระหว่างแมตช์ ห้ามซื้อขายแลกเปลี่ยนไอเทม ห้ามใช้ยา (ยกเว้นบางประเภทที่ระบบอนุญาตเฉพาะ) และสกิลบางกลุ่มถูกปิดใช้งานโดยสิ้นเชิงในสนาม ได้แก่ Safe Haven, Resurrection และสกิลใด ๆ ที่คูลดาวน์ยาว 10 นาทีขึ้นไป

รางวัลจาก Arena คือเหรียญ Fighter's Badges ใช้ซื้อเกียร์เฉพาะสายอารีน่าที่ Free Arena Merchant ในเมือง Ignea กฎปรับสมดุลสายแทงก์เดียวกันกับ Battleground มีผลใน Arena ด้วย — Protector, Earthguard และ Templar ยังคงได้และรับดาเมจเพิ่มขึ้นเมื่ออยู่ในสนาม ออกจากแมตช์ก่อนจบมีบทลงโทษเช่นเดียวกับ Battleground

เหรียญตราสงคราม

PvP มีสกุลเงินของตัวเอง แยกขาดจาก Gold และเหรียญดันเจี้ยนอย่าง Mark of Adventurer โดยสิ้นเชิง

ทุกแมตช์ Battleground และ Arena ที่จบลง จะจ่ายเหรียญเฉพาะโหมดนั้นเสมอ ไม่ว่าผลจะแพ้หรือชนะ สะสมไว้แลกเกียร์ PvP เฉพาะทางที่ร้านค้าประจำเมือง Ignea — ร้านทั้งสองแยกกันเด็ดขาด ห้ามใช้เหรียญข้ามร้าน:

  • Hero Badgesรางวัลจาก Battleground ทั้ง Mettles Theater และ Tribulations Valeใช้ที่ Battlefield Merchants ในเมือง Ignea แลกเกียร์ วัตถุดิบ และไอเทมสิ้นเปลือง
  • Fighter's Badgesรางวัลจาก Arena ทั้งฟอร์แมต 1v1 และ 3v3ใช้ที่ Free Arena Merchant ในเมือง Ignea แลกเกียร์เฉพาะสายอารีน่า

Flag Wars: ดวลตัวต่อตัว

ระบบดวลในเกมเรียกกันในหมู่ผู้เล่นว่า Flag Wars — ไม่มีรางวัล ไม่มีความตาย มีไว้เพื่อพิสูจน์ฝีมือล้วน ๆ

การเริ่มดวลต้องได้รับความยินยอมจากทั้งสองฝ่าย และเริ่มไม่ได้ถ้าอยู่ในปาร์ตี้เดียวกับคู่ดวล กำลังใช้งานร้านค้า/กล่องจดหมาย/นักประมูล หรืออยู่ภายใน Battlefield, Arena หรือดันเจี้ยนใด ๆ ระหว่างดวล HP จะไม่มีวันลดต่ำกว่า 1 หน่วย — ไม่มีความตายเกิดขึ้นจริง เมื่อฝ่ายใดแตะพื้น HP 1 การดวลจะจบทันที

การดวลจะยุติอัตโนมัติได้สามทาง: ผู้เล่นฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเคลื่อนที่ห่างจากจุดเริ่มเกิน 100 เมตร, รับดาเมจจากภายนอกอย่างมอนสเตอร์หรือสภาพแวดล้อม หรือเวลาผ่านไปครบ 10 นาทีโดยยังไม่มีผู้ชนะ ที่สำคัญคือ Flag Wars ไม่มีรางวัลใด ๆ ทั้งสิ้นไม่ว่าจะชนะหรือแพ้ — เหมาะเป็นเวทีฝึกซ้อมจับจังหวะสกิล หรือยุติข้อพิพาทระหว่างเพื่อนร่วมกิลด์แบบไร้ความเสี่ยง มากกว่าจะเป็นช่องทางฟาร์มของรางวัล

บทลงโทษออกกลางคัน

ระบบคิว PvP ของ EOS ไม่ให้อภัยกับผู้เล่นที่ทิ้งทีมกลางแมตช์ — รู้กฎไว้ก่อนกดยืนยันเข้าคิวทุกครั้ง

ทั้ง Battleground และ Arena ใช้บทลงโทษชุดเดียวกัน — ออกจากแมตช์ก่อนจบหรือล็อกเอาต์ระหว่างแมตช์ จะโดนล็อกไม่ให้เข้าคิวโหมดนั้นซ้ำเป็นเวลา 15 นาที นับจากช่วงเวลาที่ออก ไม่ใช่นับจากตอนกดยืนยันคิวใหม่ ระหว่างล็อกยังเล่นเนื้อหาอื่นในเกมได้ตามปกติ เพียงแค่กดเข้าคิว PvP โหมดเดิมไม่ได้ชั่วคราวเท่านั้น

เพราะทั้งสองทีมถูกจัดให้เท่ากันเสมอ การออกกลางคันหนึ่งคนหมายถึงทีมที่เหลือต้องแบกภาระต่อทันที ก่อนกดเข้าคิว ควรมั่นใจว่ามีเวลาเล่นจนจบแมตช์จริง ๆ — โดยเฉพาะ Battleground ที่แมตช์กินเวลานานกว่า Arena มาก ส่วน Flag Wars ไม่มีบทลงโทษออกกลางคันเพราะออกแบบให้ยุติได้ตลอดเวลาอยู่แล้ว ไม่มีทีมอื่นให้เสียเปรียบ

Territory War และ Ignea War

เหนือ Battleground และ Arena ขึ้นไปคือสงครามระดับกิลด์ — ยี่สิบต่อยี่สิบ เดิมพันคือดินแดนทั้งแคว้น ไม่ใช่แค่คะแนน

Territory War คือสงครามที่กิลด์สองฝ่ายประกาศท้าทายกันโดยตรง ทีมละสูงสุด 20 คนตามกำหนดการที่แต่ละฝ่ายนัดหมาย เดิมพันคือสิทธิ์ครอบครองดินแดนที่กำลังมีข้อพิพาทและรายได้ภาษีรายสัปดาห์จากแคว้นนั้น — ต่างจาก Battleground ที่แข่งกันเพื่อคะแนนส่วนตัว Territory War ให้ผลตอบแทนย้อนกลับไปที่คลังกิลด์โดยตรง สถานะและผลการแข่งขันติดตามได้จากแผง Guild War ในหน้าต่างกิลด์ ดูรายละเอียดโครงสร้างกิลด์เต็มรูปแบบได้ที่ คู่มือกิลด์

Ignea War คือศึกที่ผู้เล่นให้ความสำคัญที่สุดในบรรดา Territory War ทั้งหมด เพราะ Ignea เป็นหนึ่งในสองเมืองใหญ่ที่สุดของ Aetherion: ที่ตั้งของบ้านประมูล ร้านค้า Battlefield Merchants, Free Arena Merchant และจุดจอดเรือเหาะสำคัญ กิลด์ที่ครองสิทธิ์เหนือแคว้นรอบ Ignea จึงมีอิทธิพลเหนือเศรษฐกิจ และเส้นทางเดินทางของทั้งเซิร์ฟเวอร์ไปโดยปริยาย ตารางเวลาและตัวเลขภาษีที่แน่นอนของแต่ละรอบสงครามประกาศผ่านช่องข่าวสารในเกม — ติดตามความเคลื่อนไหวได้จากแผง Guild War ของกิลด์ตัวเองเป็นหลัก

Season I — Ashfall

สองธง หนึ่งเรลิก ซีซั่นนี้จดจำไว้เพียงผู้ชนะ — ทุกแมตช์ที่คุณเล่นตอนนี้กำลังถูกจารึกไว้ในตาราง Season

ผลการแข่งขันจาก Arena และ Battleground ทุกแมตช์ถูกนำไปคำนวณในตารางจัดอันดับประจำ Season โดยอัตโนมัติ คะแนนจะลดลงตามเวลาหากไม่ได้ลงแข่งต่อเนื่อง — มีเพียงนักดวลที่เล่นสม่ำเสมอเท่านั้นที่รักษาตำแหน่งบนสุดไว้ได้ ไม่ใช่ใครก็ตามที่ทำคะแนนสูงสุดเพียงครั้งเดียวแล้วหยุดเล่น

Season I — Ashfall สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2026ผู้เล่น 100 อันดับแรกของซีซั่นรับชุดเกราะกลาดิเอเตอร์ ออร่าอาวุธโซลฟอร์จ และสามอันดับสูงสุดครองม้าศึก Warlord หนึ่งเดียวของซีซั่นนี้ไปครอง ตรวจสอบอันดับปัจจุบันของตัวเองและกิลด์ได้ตลอดเวลาที่หน้า จัดอันดับซึ่งอัปเดตทุก 15 นาที

แท่นจารึกจัดอันดับผู้เล่น Season I — Ashfall ของ Aetherion