ข้ามไปยังเนื้อหา

คลังตำรา

คู่มือเรดและคอนเทนต์ท้าทาย

เตรียม Attack Power ให้พร้อมก่อนแตะประตูเรด — Throne of the Hollow King รอทีม 20 คนที่ผ่านเกทมาแล้วเท่านั้น

Throne of the Hollow King

เรดยอดสุดของ Aetherion — บัลลังก์ของ Hollow King ราชันไร้วิญญาณ ที่รอทีม 20 คนซึ่งพร้อมทั้งเกียร์และการประสานงานจริง

Throne of the Hollow King คือเรดขนาดใหญ่ที่สุดที่เปิดให้เข้าถึงบน Aetherion รองรับทีมสูงสุด 20 คน แนะนำเลเวล 60 เป็นจุดเริ่มต้น แต่ในทางปฏิบัติทีมที่ผ่านได้จริงมักมีเกียร์เกินเลเวลแนะนำไปมาก เพราะ Hollow King คือบททดสอบรวมของทุกกลไกที่เจอมาตลอดเกม ทั้งการขัดจังหวะ การจัดการตัวเสริม และการจัดโพซิชันทีมขนาดใหญ่ที่ผิดพลาดไม่ได้แม้แต่จังหวะเดียว

ก่อนกดเข้าคิวผ่าน Smart Matching (H) ให้ดูค่า Attack Power ที่แนะนำต่อรายการโดยตรงในหน้าต่างจับคู่ เพราะระบบจะปรับตัวเลขแนะนำตามเวอร์ชันปัจจุบันของเซิร์ฟเวอร์เสมอ แทนที่จะยึดตัวเลขตายตัวจากที่อื่น ทีม 20 คนต้องมีทั้ง Tank คุมเป้าหลายจุด DPS สร้างดาเมจสม่ำเสมอ และ Paladin คอยประสาทพร กระจายให้ครอบคลุมทั้งห้อง ไม่ใช่กระจุกที่มุมเดียว

ของรางวัลจากการพิชิต Hollow King คือหนึ่งในของดีที่สุดที่ Aetherion มีให้: Package of Challenge (ทุกชั้น), Golden Shard of Botan (ทุก 10 ชั้น), Doomspire Keep Dungeon Ticket (ชั้น 50 Upper) — ด้วยอัตราพิเศษ Drop ×3 ของเซิร์ฟเวอร์ โอกาสได้ชิ้นส่วนชุดเรดระดับเลเจนดารีต่อรอบจึงสูงกว่ามาตรฐานทางการอย่างชัดเจน คุ้มค่าที่จะจัดทีมแกนประจำไว้ลงซ้ำทุกสัปดาห์

เลเวลแนะนำ

Lv.70 ขึ้นไป

ขนาดทีม

100 ชั้น

ความยาก

Raid

บอส

สุ่มเปลี่ยนทุกชั้น พร้อมกับดักที่คาดเดาไม่ได้

  • Package of Challenge (ทุกชั้น)
  • Golden Shard of Botan (ทุก 10 ชั้น)
  • Doomspire Keep Dungeon Ticket (ชั้น 50 Upper)
สมรภูมิ Throne of the Hollow King กับทีมเรด 20 คนเผชิญหน้าราชันไร้วิญญาณ

กลไกเรดและเกท Attack Power

Attack Power คือค่าเกียร์สกอร์หลักของ EOS ตัวเลขที่ล็อกประตูเรดแทบทุกแห่ง แยกต่างหากจากไอเทมเลเวล

Raid Dungeon เปิดกว้างตามเลเวลตัวละครเป็นขั้น ๆ เริ่มจาก Ungoliant's Cave ที่เลเวล 30 ตามด้วย Tectonus Crater ที่เลเวล 50 ก่อนไต่ต่อไปยังเรดระดับสูงที่ปลดล็อกเกียร์เกรด Epic และ Legendary โดยแต่ละเรดกำหนดเกท Item Level ของตัวเองไว้ชัดเจนดังตาราง — ยิ่งไล่ไปทางขวายิ่งต้องการเกียร์แน่นขึ้น:

เรดEpic IlvlLegendary Ilvl
Dryad Forest [Normal]109130
Dryad Forest [Hero]115130
Kranheim of Dreams Zone 1/2 [Normal]115130
Frostcore Ruins [Normal]121130
Fallen Tower Zone 1 [Normal]145160
Fallen Tower Zone 1 [Hero]145–151160
Fallen Tower Zone 2 [Normal]157175
Fallen Tower Zone 2 [Hero]163175

การแบ่งของรางวัลในเรดขึ้นอยู่กับจำนวนบอสในเรดนั้นโดยตรง ยิ่งบอสน้อย ของยิ่งกระจุกที่บอสตัวเดียว ยิ่งบอสมากยิ่งกระจายทั่วทั้งรัน:

  • 1 บอสบอสตัวเดียวปล่อยของรางวัลทั้งหมด — legging, linen, armor, shoe, glove, weapon, helmet, belt
  • 2 บอสบอสแรก legging/linen/armor/shoe · บอสสอง weapon/helmet/belt
  • 3 บอสบอสแรก legging/linen · บอสสอง armor/shoe/weapon · บอสสาม helmet/belt
  • 5 บอสกระจายทีละส่วนตลอด 5 บอส — legging → linen → armor+shoe → weapon+helmet → belt+helmet

กลไกที่พบซ้ำในแทบทุกบอสระดับเรด: จังหวะ Interrupt ที่ต้องแบ่งหน้าที่ล่วงหน้า, Mesmerize สงบตัวเสริมที่ยังไม่ถึงคิวจัดการ, การจัดโพซิชันทีมเพื่อหลบ AoE พื้นดินเป็นวงกว้าง และการสลับเป้าหมายทันทีเมื่อบอสเรียกกำลังเสริม — ต่างจากดันเจี้ยนปาร์ตี้ตรงที่ทีมใหญ่กว่า ทำให้พลาดจังหวะแม้เพียงคนเดียวก็กระทบทั้งทีมง่ายกว่ามาก ของรางวัลส่งมอบแบบกล่องปิดผนึกเช่นเดียวกับดันเจี้ยนปาร์ตี้ แม้บางครั้งจะมีไอเทมเกรด Rare/Epic/Legendary ดรอปตรงแบบไม่ผนึกให้เห็นบ้าง

ทัศนียภาพอาณาจักรของ Hollow King ที่ปกคลุมด้วยความมืดแห่งวิญญาณที่ดับสูญ

Challenge Tower — Doomspire Keep

หอคอย 100 ชั้นที่ไม่มีวันเหมือนเดิมสองรอบ — ทุกชั้นสุ่มทั้งบอสและกับดักใหม่ ทดสอบการปรับตัวเฉพาะหน้า

Doomspire Keep ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของ Ignea ลงไปตามทางหน้าผาที่ซ่อนอยู่ เปิดให้เข้าที่เลเวล 70 เข้าด้วยตั๋วดันเจี้ยนที่ได้จากเควสต์รายวัน มอบให้กับ NPC Soulkeeper Haryn หรือใช้ตั๋วจากกระเป๋าโดยตรงก็ได้ แบ่งเป็นสองระดับคือ Lower Level และ Upper Level หากจับคู่เข้าชั้นเดิมซ้ำภายใน 60 นาทีระหว่างไปทำคอนเทนต์อื่น ระบบยังจำความคืบหน้าไว้ให้ ส่วนตัวเลือก Dungeon Reset ใช้รีสตาร์ทรันใหม่หรือใช้หลังเคลียร์ครบทุกชั้นแล้ว

โครงสร้างหลักคือ 100 ชั้น แต่ละชั้นสุ่มทั้งบอสและกับดักไม่ซ้ำ ต้องปรับกลยุทธ์เฉพาะหน้าตลอดทาง กับดักที่พบมีทั้งหมด 15 แบบ ได้แก่ Poison Gas, Icicle Spike, Energy Transfer Device, Bio-signal Device, Bombing Device, Destructed Zone, Water Pillar, Archer Summon, Spinning Blade, Self Destructing Slime, Ice Waves, Circle of Pain, Toxic Buds, Firezone และ Fog Area — จำแพทเทิร์นหลักไว้เพียงไม่กี่แบบ จะช่วยลดความเสียหายที่ไม่จำเป็นระหว่างไต่ชั้นได้มาก

เงื่อนไขรางวัล
ทุกชั้น (1–100)Package of Challenge
ชั้น 10/20/30/40/50/60/70/80/90/100Golden Shard of Botan
ชั้น 50 (เฉพาะ Upper Level)Doomspire Keep Dungeon Ticket (เติมตั๋วเข้าใหม่)
ชั้น 90 และ 100Bottoms Material, Linen Material
สุ่มรายชั้นProfession Scroll, Stabilization Catalyst Conversion Tool, Golden Hammer of Botan

Infinite Dungeon

คลื่นศัตรูไม่รู้จบ 6 สเตจ เรียบง่ายแต่จริงจัง — ไล่ล้างจนหมดคลื่นแล้วบอสจะโผล่มาก่อนหีบสมบัติจะดรอปให้

Infinite Dungeon แบ่งเป็น 6 สเตจต่อเนื่องที่สุ่มตำแหน่งและชนิดศัตรูใหม่ทุกครั้งที่เข้า เข้าได้สองทาง — ผ่านหน้าต่าง Smart Matching (กด H) หรือเดินเข้า Augur's Chancel ใน Ignea โดยตรง ไม่ต้องรอจับคู่ก็ได้หากอยากลองเดี่ยว ๆ ก่อน โครงสร้างแต่ละสเตจคือเคลียร์ศัตรูทั้งหมดในสเตจนั้นให้หมดก่อน บอสประจำสเตจจึงจะปรากฏตัว เมื่อล้มบอสได้แล้วหีบสมบัติจะดรอปให้ทันที ก่อนขยับไปสเตจถัดไป

Infinite Dungeon ไม่มีข้อกำหนดเลเวลตายตัว ค่าสกุลเงินเฉพาะ หรือลิมิตเวลาที่ระบุไว้อย่างเป็นทางการ เหมาะเป็นตัวเลือกฟาร์มเสริมระหว่างรอคิวเรดหรือ Random Dungeon มากกว่าเป็นเป้าหมายหลัก ตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดในหน้าต่าง Smart Matching ทุกครั้งก่อนเข้า เพราะรายละเอียดอาจปรับเปลี่ยนตามแพตช์

ดันเจี้ยนเดี่ยวและดันเจี้ยน 3 คน

คอนเทนต์ท้าทายที่ไม่ต้องรอทีมใหญ่ — ดันเจี้ยนเดี่ยวและดันเจี้ยน 3 คน คือสนามทดสอบเกียร์ก่อนไปเรดจริง

ดันเจี้ยนเดี่ยวมีสองระดับความยากคือ Normal และ Heroic ส่วนดันเจี้ยน 3 คนมีสามระดับคือ Normal, Heroic และ Legendary เลเวล 70 ขึ้นไปจะปลดล็อกเวอร์ชันความยากสูงของดันเจี้ยนเดี่ยวเหล่านี้ ดันเจี้ยนที่พบได้แก่ Hidden Cavern (บอส Naga Boss Licinia, Ciskai the Enchanting), Vagrant's Copse (Forest Chief Jaharo, Forest King Kimaro), Necromancers' Den (Captains Jaco และ Sakarth, Keshet), Bastion of Cork (Lizard Guardian, Yaru the Destroyer — มีหน่วยพันธมิตร NPC ช่วยรบด้วย) และ Drakus' Laboratory (Scourge of Drakus, Senior Researcher)

สองแห่งที่ควรรู้ตัวเลขเกทไว้ล่วงหน้าคือ Aedis Infernum ที่เปิดเฉพาะเลเวล 70 ขึ้นไป — ระดับ Normal ต้องการ Attack Power ขั้นต่ำ 261,000 ส่วนระดับ Hard ต้องการขั้นต่ำ 278,000 ให้เกียร์เกรด Rare ไอเทมเลเวล 133 (Chenayak: legging/linen/shoes/gloves, Beos: weapon/helmet/belt) และ Clone Lab ที่ให้เกียร์เกรด Rare ไอเทมเลเวล 139 (Bilal: legging/linen/shoes/gloves, Garrix: weapon/helmet/belt) ความยาก Hard ของทั้งสองแห่งเพิ่มโอกาสดรอปให้สูงขึ้น

Clone Lab เป็นตัวอย่างที่ดีของกลไกที่ต้องจำแพทเทิร์น — Garrix ใช้ Concussion Wave เป็นเส้นเตือนพื้นที่ต้องขยับหนี, Body Enhancement เร่งความเร็วการร่ายที่ตอบโต้ได้ด้วย Body Acceleration, Energy Eruption หลบไม่ได้ต้องพก Body Protection buff ไว้ก่อน และ Electric Shock ชะลอการเคลื่อนที่ ส่วน Bilal ใช้ Egg Scatter วางไข่พิษที่ฟักเป็น Landleeches เมื่อโดน Acid Spray และ Energy Absorption ที่ดาเมจลดลงหากยืนระยะไกล

Daily Buff รายสัปดาห์

วันไหนเรด วันไหนดันเจี้ยน — ปฏิทิน Daily Buff บอกวันที่คุ้มที่สุดสำหรับฟาร์มคอนเทนต์แต่ละประเภท

Daily Buff หมุนเวียนให้ EXP โบนัส +50% กับดันเจี้ยนที่ระบบกำหนดในแต่ละวันของสัปดาห์ นักลงเรดควรจำสองวันนี้ให้ขึ้นใจ — พฤหัสบดีคือวันที่ดันเจี้ยนปาร์ตี้ทุกแห่งและเรดทุกแห่งได้โบนัสพร้อมกัน ส่วนศุกร์เรดทุกแห่งยังได้โบนัสต่อเนื่อง วางแผนลงเรดหลักของทีมในสองวันนี้จะได้ประโยชน์สูงสุด โดยเฉพาะเมื่อรวมกับอัตราพิเศษ EXP ×5 ของ Aetherion ที่ทำให้ตัวเลขจริงสูงกว่ามาตรฐานทางการไปอีกขั้น:

วันดันเจี้ยนที่ได้ EXP +50%
จันทร์Promethean Giant's Hideout [Normal/Hero], Fellglow Spire [Hero]
อังคารThe Rack [Normal/Hero], Fellglow Spire [Hero]
พุธFrozen Labyrinth [Normal], Depths of Despair [Normal/Hero], Fellglow Spire [Hero]
พฤหัสบดีThe Sanctuary, Lost Crypt, Spring of Lethe [Normal] · ดันเจี้ยนปาร์ตี้ทุกแห่ง · เรดทุกแห่ง
ศุกร์Ashas Tomb [Normal], Temple of Cernunnos [Easy/Normal] · เรดทุกแห่ง
เสาร์Fellglow Spire [Normal], Shadowflame Mine [Normal], Spring of Lethe [Hero]
อาทิตย์Woods of Despair [Normal]

เตรียมตัวก่อนเรด

เจ็ดข้อนี้คือเช็กลิสต์ที่ควรผ่านให้ครบก่อนกดเข้าคิวเรดทุกครั้ง โดยเฉพาะก่อนลง Throne of the Hollow King

  1. เช็กเลเวลและ Attack Power ของตัวเองเทียบกับที่ Smart Matching (H) แนะนำต่อรายการเรดนั้น ๆ ก่อนสมัครคิว

  2. ซ่อมอุปกรณ์ให้เต็มความทนทานที่ร้านค้าก่อนเข้าเรด — เกราะที่ผุจะลดค่าป้องกันจริงระหว่างต่อสู้

  3. พกไอเทมฟื้นฟูให้พอ: Frigg's Blessing สำรองไว้กันตายพลาด และ Friggs Healing Potion กู้คืน Level Proficiency ที่อาจเสียจากการตาย

  4. ตรวจ Dungeon Info (Alt+Z) ว่าโควตาเข้าเรดวันนี้เหลือเท่าไหร่ และมีบอสตัวไหนต้องรีเซ็ตก่อนลงจริง

  5. เช็ก Daily Buff ก่อนตัดสินใจ — วันพฤหัสบดีและศุกร์ เรดทุกแห่งได้ EXP +50% คุ้มที่สุดสำหรับลงเรดรอบใหญ่

  6. ยืนยันบทบาทในทีมล่วงหน้า (Tank ดึงเป้า / DPS โฟกัสดาเมจ / Paladin คุมบัฟ) และแบ่งหน้าที่ Interrupt-Mesmerize ให้ชัดก่อนปะทะบอสตัวแรก

  7. รวมปาร์ตี้/เรดให้ครบก่อนกดคิวจริง Throne of the Hollow King ต้องการ 20 คน การจับคู่ Smart Matching ช่วยดึงคนข้ามพื้นที่ได้แต่ยังต้องมีทีมแกนที่คุยกันไว้ก่อน