ข้ามไปยังเนื้อหา

คลังตำรา

คู่มือระบบโซลฉบับสมบูรณ์

เก็บ ชำระ ปลดปล่อย และป้อนกลับเข้าสู่ Ultimate Skill — เจาะทุกขั้นของวงจรพลังงานที่เป็นหัวใจของ EOS ตั้งแต่ดวงแรกจนถึงเลเวล 70

วงจรพลังโซล

ทุกระบบสำคัญใน EOS ไม่ว่าจะเป็นการต่อสู้ Ultimate Skill หรือความแข็งแกร่งระยะยาว ล้วนไหลผ่านวงจรเดียวกันสี่ขั้นตอนนี้

โซลไม่ใช่แค่ทรัพยากรสิ้นเปลืองสำหรับสกิลพิเศษเท่านั้น แต่เป็นแกนกลางที่เชื่อมทุกระบบเข้าด้วยกัน — เริ่มจากมอนสเตอร์ที่ล้มลงทิ้ง Souls of Chaos ไว้ ผ่านกระบวนการชำระให้กลายเป็นโซลบริสุทธิ์ 4 สาย แล้วนำไปใช้ได้สองทาง คือปลดปล่อยเป็นสกิลโซลทันทีในสนามรบ หรือกำหนดให้เร่งการเติบโตของ Ultimate Skill ผ่าน Skill Mastery ในระยะยาว ยิ่งเข้าใจวงจรนี้เร็วเท่าไร ยิ่งวางแผนสร้างตัวละครได้แม่นยำขึ้นเท่านั้น

เสียงสะท้อนแห่งวิญญาณลอยฟุ้งอยู่กลางสมรภูมิ Aetherion

การเก็บ Souls of Chaos

ทุกการสังหารในโลกของ EOS มีโอกาสทิ้งเศษเสียงสะท้อนไว้เบื้องหลัง — นี่คือจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง

มอนสเตอร์ทุกตัวมีโอกาสดรอป Souls of Chaos เมื่อถูกสังหาร เก็บสะสมไว้อัตโนมัติในกระเป๋าโซล (Soul Satchel) เปิดดูจำนวนที่ถือครองอยู่ได้ด้วยปุ่มVSouls of Chaos ในสภาพดิบยังใช้งานอะไรไม่ได้โดยตรง ต้องผ่านกระบวนการ Purification ก่อนเสมอ จึงจะกลายเป็นโซลบริสุทธิ์ที่นำไปใช้ในสกิลโซลหรือ Skill Mastery ได้

นอกจากเส้นทาง Purification แล้ว โซลที่เก็บมายังป้อนเข้าสายอาชีพเสริม Soul Processing ได้ด้วย — เรียนสูตรจาก NPC Soul Expert ในเมือง แปลงโซลที่สะสมไว้เป็นไอเทมอรรถประโยชน์อย่าง Reroll Scroll สำหรับรีโรลสเตตัสอุปกรณ์ นี่คือเส้นทางคู่ขนานที่แยกจากการชำระเป็นโซลบริสุทธิ์โดยสิ้นเชิง เลือกใช้ตามความต้องการของแต่ละช่วงเกม

การชำระโซล (Purification)

มีสองทางเลือกในการชำระโซล — ทางหนึ่งทำคนเดียวได้ทุกที่ที่มีเสาแสง อีกทางหนึ่งคุ้มกว่าเสมอถ้ามีเพื่อนอยู่ใกล้

ชำระเดี่ยวทำได้โดยยืนใกล้เสาแสงสีฟ้าที่เรียกว่า Soul Sanctum แล้วเปิด Soul Satchel (V) เพื่อชำระ ในอัตรา 2 Souls of Chaos ต่อ 1 โซลบริสุทธิ์ ส่วน Co-op Purification ทำได้โดยคลิกขวาผู้เล่นคนอื่นแล้วเลือกเมนู Co-op Purification โดยไม่ต้องอยู่ที่ Soul Sanctum เลย และได้อัตราที่ดีกว่าคือ 1 Souls of Chaos ต่อ 1 โซลบริสุทธิ์

ผลลัพธ์จากการชำระไม่ว่าจะทางไหนคือโซลบริสุทธิ์หนึ่งใน 4 สาย (Hope, Innocence, Courage, Peace) ซึ่งจะป้อนเข้าทั้งสกิลโซล Ctrl+1–4 และระบบ Skill Mastery ของ Ultimate Skill ในภายหลัง เพราะ Co-op ให้อัตราดีกว่าและไม่ผูกกับตำแหน่ง จึงคุ้มกว่าชำระเดี่ยวเสมอ — ชวนเพื่อนร่วมทีมชำระคู่ให้กันระหว่างฟาร์มมอนสเตอร์ แทนที่จะรอกลับไปหา Soul Sanctum

วิธีชำระอัตราแลกเปลี่ยนเงื่อนไข
ชำระเดี่ยว (Soul Sanctum)2 Souls of Chaos : 1 โซลบริสุทธิ์ต้องยืนใกล้เสาแสง Soul Sanctum
Co-op Purification1 Souls of Chaos : 1 โซลบริสุทธิ์คลิกขวาผู้เล่นอื่น ไม่ต้องอยู่ที่ Soul Sanctum
เสาแสงสีฟ้าของ Soul Sanctum สถานที่ชำระ Souls of Chaos ให้กลายเป็นโซลบริสุทธิ์

โซล 4 สาย: Hope · Innocence · Courage · Peace

โซลบริสุทธิ์แต่ละสายเอนเอียงไปคนละทาง — เข้าใจนิสัยของแต่ละสายก่อนตัดสินใจว่าจะสะสมสายไหนไว้เยอะที่สุด

โซลบริสุทธิ์ทั้ง 4 สายใช้งานได้สองทางเสมอ — เป็นทรัพยากรสำหรับสกิลโซล Ctrl+1–4 ที่ตรงสาย และเป็นตัวเลือกกำหนดทิศทางการเติบโตให้ Ultimate Skill ผ่าน Skill Mastery แต่ละสายให้ผลต่างกันชัดเจน:

  • Hopeโอกาสคริติคอล ดาเมจคริติคอล โอกาสติดเอฟเฟกต์ ความเร็ว

    Light of Hope (Ctrl+1) และไบแอส Skill Mastery สายเน้นความถี่/ความเร็วในการออกดาเมจ

  • Innocenceพลังเอฟเฟกต์ทางอ้อม ลดคูลดาวน์ รีเซ็ตทรัพยากร/จำนวนการใช้

    Shield of Innocence (Ctrl+2) และไบแอส Skill Mastery สายเน้นความถี่ในการใช้สกิลซ้ำ

  • Courageพลังเอฟเฟกต์ทางตรง ค่าโจมตี ระยะโจมตี

    Flame of Courage (Ctrl+3) และไบแอส Skill Mastery สายเน้นดาเมจดิบต่อครั้ง

  • Peaceประสิทธิภาพความอึด ระยะเวลาบัฟ เอฟเฟกต์การเอาตัวรอด

    Hand of Peace (Ctrl+4) และไบแอส Skill Mastery สายเน้นความอึดในศึกยาว

สกิลโซล Ctrl+1–4 ต่ออาชีพ

สกิลโซลทั้ง 4 ตัวมีคีย์ลัดเดียวกันทุกอาชีพ แต่หน้าตาและเอฟเฟกต์บนหน้าจอจะไม่มีวันเหมือนกันเลยสักคลาส

สกิลโซลทั้ง 4 ตัวใช้โซลบริสุทธิ์สายที่ตรงกันครั้งละ 1 ดวงต่อการใช้งาน กดคีย์ลัดหรือคลิกไอคอนโซลสีที่ต้องการโดยตรงก็ได้ และไม่แชร์คูลดาวน์กัน ใช้ต่อกันได้ทันทีถ้ามีโซลบริสุทธิ์เพียงพอในกระเป๋า:

  • Ctrl+1Light of Hope(Hope)
  • Ctrl+2Shield of Innocence(Innocence)
  • Ctrl+3Flame of Courage(Courage)
  • Ctrl+4Hand of Peace(Peace)

กลไกเบื้องหลังเหมือนกันทุกอาชีพ แต่ภาพเอฟเฟกต์ที่ปล่อยออกมาต่างกันตามพลังโซลประจำอาชีพ (Soul Affinity) ที่ติดตัวมาตั้งแต่สร้างตัวละคร:

  • WarriorEmber Soul — แปลงโซลที่ดูดซับเป็นพลังโจมตีดิบ
  • RogueShade Soul — โซลเพิ่มความรุนแรงคริติคอลและความเร็ว
  • GuardianAegis Soul — โซลแข็งตัวกลายเป็นเกราะป้องกัน
  • SorceressPrism Soul — โซลขยายเสียงสะท้อนแห่งธาตุ
  • ArcherGale Soul — โซลเร่งความเร็วในการง้างธนูและความแม่นยำ
  • WarlockHollow Soul — กลืนกินโซลเพื่อเติมพลังศาสตร์ต้องห้าม
  • PaladinRadiant Soul — โซลแปรเปลี่ยนเป็นแสงบำบัด

เทียร์สกิลโซลตามเลเวล

สกิลโซลไม่ได้แรงเท่ากันตลอดทั้งเกม — พลังไต่ระดับขึ้นเป็นเทียร์ตามเลเวลตัวละคร

สกิลโซลทั้ง 4 ตัวสเกลกำลังขึ้นตามเทียร์ที่ผูกกับเลเวลตัวละคร แบ่งเป็น 5 เทียร์ขึ้นไป จุดเริ่มต้นคือ Tier 1 ครอบคลุมเลเวล 1 ถึง 19 และจุดสุดท้ายคือ Tier 5 ครอบคลุมเลเวล 75 ถึง 79 ตรงกับรูปแบบเกตเดียวกับ Skill Mastery ของ Ultimate Skill ที่อธิบายไว้ในหัวข้อถัดไป

เอกสารต้นทางไม่ได้ระบุตัวเลขแบ่งเทียร์ 2 ถึง 4 ไว้ชัดเจน ยืนยันได้เพียงว่าพลังไต่ระดับต่อเนื่องระหว่างสองจุดนี้ ไม่ว่าจะอยู่เทียร์ไหน ต้นทุนการใช้งานยังคงที่เดิมเสมอคือ 1 โซลบริสุทธิ์ต่อการใช้งานหนึ่งครั้ง ดูรายละเอียดคีย์ลัดและกลไกอื่น ๆ ได้ที่หัวข้อสกิลโซล Ctrl+1–4 ด้านบน

เทียร์ระดับตัวละคร
Tier 1เลเวล 1–19
Tier 2
Tier 3
Tier 4
Tier 5เลเวล 75–79

Skill Mastery: ป้อนพลังให้ Ultimate Skill

โซลบริสุทธิ์ไม่ได้หมดไปกับสกิลโซลเท่านั้น — ทางเลือกที่สองคือปลูกมันลงใน Ultimate Skill ให้เติบโตถาวร

ระบบ Skill Mastery มีผลเฉพาะ Ultimate Skill เท่านั้น สกิลจะสะสม EXP ของตัวเองจากการใช้งานจริง ระหว่างที่มีโซลติดตั้งอยู่กับสกิลนั้น — คลิกวงกลมเล็ก ๆ ทางขวาของไอคอน Ultimate Skill เพื่อกำหนดสายโซลที่จะกำหนดทิศทางการเติบโต ระดับ Skill Mastery ไต่ได้สูงสุดที่ระดับ 5 และปลดล็อกทีละระดับตามเลเวลตัวละครที่สูงขึ้น (ระดับ 1 ปลดที่ตัวละครเลเวล 70–74 ระดับ 2 ที่เลเวล 75–79 และไล่ระดับต่อเนื่องแบบเดียวกันขึ้นไป)

ข้อดีคือการสลับ Ultimate Skill ที่ใช้งานอยู่ไม่ทำให้เสีย EXP ที่สะสมไว้ในสกิลเดิมเลย — ทดลองสลับสกิลตามสถานการณ์ได้อย่างอิสระโดยไม่ต้องกลัวว่าความคืบหน้าจะหายไป รายละเอียดโรเทชันสกิลและวิธีบริหารคูลดาวน์ในสนามจริง ดูเพิ่มเติมได้ที่คู่มือการต่อสู้

เกตเลเวล 70: ประตูสู่ Ultimate Skills

เลเวล 70 เปิดระบบโซลชั้นลึกทั้งหมดของ EOS พร้อมกันในคราวเดียว

Ultimate Skill ทุกตัวปลดล็อกที่เลเวล 70 พร้อมกับระบบ Skill Mastery ที่อธิบายไว้ข้างต้น ในช่วงเวลาเดียวกันนี้ Runic Tablet ซึ่งเป็นไอเทมสวมใส่ที่เพิ่มช่องสเตตัสพิเศษ ก็เปิดใช้งานผ่านเควสต์ Intermediate Soulkeeper Training ปลดล็อกด้วย Key ที่ประกอบจากเศษชิ้นส่วน 10 ชิ้นต่อ 1 Key ซึ่งดรอปจากมอนสเตอร์ในโซนเลเวล 70 ขึ้นไปและเควสต์เฉพาะจุด พร้อมกันนั้นระบบรื้อรูนเกรดต่ำเป็นวัตถุดิบสำหรับคราฟต์รูนเกรดสูงก็เปิดใช้งานเช่นกัน เลเวล 70 จึงเป็นจุดที่ระบบเสริมความแข็งแกร่งเกือบทั้งหมดของเกมเปิดพร้อมกันในคราวเดียว

หลังผ่านเลเวล 70 ไปแล้ว เป้าหมายถัดไปคือเลเวล 85 ซึ่งปลดล็อก Soulstone — สวมใส่ในแท็บ Soul Stream ของหน้าต่างสถานะ (กด P) ได้ Soulstone ชิ้นแรกฟรีจากเควสต์ประจำเลเวล 85 และล่าเพิ่มได้จาก Ruins of Nerodin ตีบวกได้สูงสุด +7 ด้วย Essence of Yggdrasil แต่ตีบวกพลาดมีสิทธิ์ทำลาย Soulstone ทิ้ง (ได้ Soul Dust เป็นของปลอบใจ) มองเลเวล 70 เป็นประตูบานแรก และเลเวล 85 เป็นบานถัดไปของเส้นทางเดียวกัน ดูรายละเอียดการอัปเกรดเกียร์อื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่ คู่มือการตีบวก